ร้องเรียน-ร้องทุกข์ ติดต่อเรา   ภาษาไทย english

นายกประวิทย์ ภูมิระวิ : ต้นแบบการทำเกษตรแบบครบวงจรโดยอาศัยความเชื่อมโยงทางธรรมชาติ

                                                                 

                นายกประวิทย์  ภูมิระวิ  อดีตกำนันแหนบทองคำ  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  เจ้าของต้นแบบการทำเกษตรแบบครบวงจร  โดยอาศัยความเชื่อมโยงของธรรมชาติเพื่อให้เกิดการพี่งพากันเองอย่างครบวงจร  รวมถึงการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการใช้งานในพื้นที่ทำการเกษตรทั้งปี  อดีตชาวบ้านตำบลวังตะกอ  ไม่ได้มีอาชีพปลูกปลาม์น้ำมัน  แต่มีอาชีพทำสวนผลไม้  เช่น  ทุเรียน  มังคุด  เงาะ  ลางสาด ฯลฯ แต่เมื่อผลผลิตออกมาเยอะในช่วงปี  ๒๕๓๖ - ๒๕๓๗  ชาวบ้านประสบปัญหาเรื่องราคาผลไม้ที่ถูกลง  และทำให้หมดหวังจากอาชีพชาวสวนผลไม้  ประกอบกับช่วงนั้นราคาปลาม์น้ำมันมีราคาสูง  ทำให้ชาวสวนผลไม้ โค่นต้นมังคุดลงแล้วทำการปลูกปลาม์น้ำมันแทนในพื้นที่ของตนเอง  เมื่อชาวบ้านหันมาทำสวนปลาม์น้ำมัน  สิ่งที่พวกเขาขาดไม่ได้  คือต้องใช้เงินซื้อปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง  ยาฆ่าหญ้า  เพื่อใช้บำรุงต้นปลาม์น้ำมัน  สิ่งที่ตามมาชาวบ้านเหล่าเริ่มมีหนี้สินเพิ่มขึ้น   จนปี พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๗   ตำบลวังตะกอมีบุคคลภายนอกเข้ามาในชุมชน  มาร่วมจัดทำแผนแม่บทชุมชน            

                 กระผมในฐานะที่เป็นผู้นำชุมชน  ก็คิดว่าจะทำอย่างไร  เรื่องการลดรายจ่ายหลัก  คือ  ปุ๋ยเคมี  ยาฆ่าแมลง  ยาฆ่าหญ้า  ในสวนปลาม์น้ำมัน  ก็เลยนึกถึงภูมิปัญญาดั่งเดิมคือ  การเลี้ยงวัว  ซึ่งเป็นเครื่องตัดหญ้าชั้นดี  เพราะไม่กินน้ำมัน แถมมูลวัวก็ใช้ผลิตปุุ๋ยได้อีกด้วย และในแต่ละปีวัวเหล่านั้นก็จะตกลูกให้ชาวบ้านได้ขายและไว้ขยายพันธ์ต่อไป  เมื่อคิดได้  กระผมจึงเริ่มต้นจากการเลี้ยงวัวจำนวนหนึ่ง  และได้แจกจ่ายให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงไปเลี้ยงและมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ  จนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน  แต่เป้าหมายของแผนแม่บทชุมชน  คือ  การพึ่งตนเอง ถ้าเราพึ่งคนอื่นอยู่ตลอด  จึงทำให้เป็นหนี้สิน  เพราะชาวบ้านเอาเงินไปซื้อปุ๋ย  ซื้อยาฆ่าหญ้า  ยาฆ่าแมลง  เพราะผลิตเองไม่ได้  แต่เมื่อใดที่ชาวบ้านเราไม่ซื้อปุ๋ยเคมี  หันมาใช้มูลวัวไปใส่แทนปุ๋ยเคมี  ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า  ใช้วัวกินหญ้า แทน  ประโยชน์ก็จะเกิดแก่ชาวบ้านแต่ผลที่เห็นจะใช้เวลานานค่อยเป็นค่อยไป  กระผมจึงต้องกล้าที่จะนำชาวบ้านในเรื่องนี้  เมื่อก่อนถ้าตลาดรับซื้อผลปลาม์น้ำมัน  สมมุติว่า  กิโลกรัมละ  ๓  บาท  ชาวบ้านจะขาดทุนเพราะจะต้องหักค่าปุ๋ย  ค่ายาฆ่าแมลง  ค่ายาฆ่าหญ้า  แต่ของกระผม(นายประวิทย์ ภูมิระวิ)    ขายกิโลกรัมละ ๓  บาท ก็จะได้รับเงินสดแบบเต็มๆ  ไม่ต้องหักค่าใช้จ่าย  เพราะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ  และซังของต้นปลาม์น้ำมัน  ยังนำปลูกเพาะเห็ดฟางได้อีกด้วย  ชาวบ้านในตำบลวังตะกอ  จำนวนหนึ่งมีรายได้เสริมจากการเพาะเห็ดฟาง  เลี้ยงหมูแบบชีวภาพ (หมูหลุม)  นำไปขายได้เงินเพิ่มและนำไปเป็นอาหารประหยัดค่าใช้จ่าย  มูลหมูใช้เป็นปุ่ย  รวมไปถึงการเลี้ยงเป็ดไก่ควบคู่ไปด้วย  มีการสร้างร้านค้าชุมชน  ที่เป็นสวัสดิการของชุมชน  ขายสินค้าไม่แพง  เมื่อสิ้นปีชาวบ้านได้เงินปันผลกลับไปด้วยและมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของสมาชิกเป็นต้น  หรือวิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นนั้นก็คือ  โรงงานผลิตน้ำสะอาด  โดยใช้เครื่องกรองน้ำระบบอุลต้าไวโอเลต  ทำงานในรูปคณะกรรมการ  ให้สมาชิกมาถือหุ้นกัน  สิ้นปีจะมีการปันผลและจัดสวัสดิการให้แก่ชุมชน

                 ปี พ.ศ.  ๒๕๔๒  กระผมและชาวค่ายได้มาร่วมปลูกป่า จำนวนไม่น้อยกว่า  ๒๕,๐๐๐  ต้น (ส่วนใหญ่เป็นต้นตะเคียนทอง)  เพื่อสร้างความร่มรื่นและเป็นที่มาของโรงเรียนต้นไม้  ตำบลวังตะกอ  ดำเนินการมาแล้วไม่ต่ำกว่า  ๓  ปี  เพื่อสร้างปอดของชาวตำบลวังตะกอ

                 ผลจากการจัดทำแผนแม่บทชุมชน  ทำให้ชาวบ้านตำบลวังตะกอ  ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น  ได้รู้จักว่าตัวเองมีสิทธิ์ในเรื่องอะไร  ควรทำอะไรบ้างในปัจจุันนี้และต่อไปในอนาคต  เพื่อความสุขของชุมชนเป็นหลัก  โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการต่างๆ  ดังนี้

 สวนป่าชุมชนตำบลวังตะกอ

 

สถานที่ปลูก  หมู่ที่ ๓  , ๕ ,๖ , ๑๑ , ๑๒  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร

ประวัติความเป็นมา

                     สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาชุมชนแบบไม่สมดุล  ได้มีการเปลี่ยนแปลงแนววิธีคิด วิถีชีวิต  วิธีปฏิบัติของคนในชุมชน  และธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป  ทำให้ผืนดิน  ผืนน้ำ  ผืนป่า  ถูกตีราคาเป็นเงินและมูลค่ามากกว่าการสำนึกถึงคุณค่าของธรรมชาติเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา  ธรรมชาติจึงถูกทำลายด้วยอำนาจของเงิน  รวมทั้งการขยายพื้นที่ภาคการเกษตรของเกษตรกร  ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติต้องห่างเหินและสูญเสียไปในทีสุด

                    ในช่วงปี  พ.ศ.  ๒๕๒๗  นายประยูร  ทับเคลียว  กำนันตำบลวังตะกอ  ได้มีแนวคิดริเริ่มที่จะปลูกต้นไม้บริเวณริมถนนสายบางใหญ่  หมู่ที่  ๗  ตำบลวังตะกอ  เพื่อปลูกต้นไม้กลับคืนสู่ธรรมชาติ  อีกทั้งยังใช้เป็นแนวเขตถนน  และเพื่อให้ประชาชนในตำบลวังตะกอเก็บเอาไว้ใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของส่วนรวมในหมู่บ้าน  โดยร่วมกับคณะผู้นำในท้องที่  ผู้ใหญ่บ้าน  สถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมพร  หน่วยป้องกันรักษาป่า  ที่  ชพ ๕  และประชาชนในพื่้นที่ร่วมกันปลูกต้นยูคาลิปตัส  บริเวณริมถนนสองข้างทาง  ประมาณ  ๑,๐๐๐  ต้น

                    ต่อมาในปี  พ.ศ.๒๕๔๐  ได้เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว  ทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้น  ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลวังตะกอได้รับความเดือดร้อนและความเสียหาย  ทั้งทรัพย์สินเงินทองบ้านเรือน  พื้นที่ทำการเกษตร  แม้กระทั่งการสูญเสียชีวิต

                    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้คนตำบลวังตะกอ  ได้เปิดใจและหวนคิดถึงคุณค่าของธรรมชาติและความสุขที่สูญเสียไป  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโครงการสวนป่าชุมชนขึ้น  จึงเป็นเสมือนดอกผลในความพยายามที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับคนให้กลับคืนมาสู่แผ่นดินตำบลวังตะกออีกครั้งหนึ่ง  โดยการนำของ  นายประวิทย์  ภูมิระวิ  กำนันตำบลวังตะกอ

                    ในปี  พ.ศ.  ๒๕๔๓  นายประวิทย์  ภูมิระวิ กำนันตำบลวังตะกอ  ร่วมกับ  องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกอ  โดย  นายบุญเลิศ  ชูรัศมี  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกอ  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร  เขต ๓  ป่าไม้จังหวัดชุมพร  ป่าไม้อำเภอหลังสวน  สวนป่าหลังสวน  สถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมพร หน่วยป้องกันรักษาป่า  ที่ ชพ ๕   คณะผู้นำท้องที่  ผู้ใหญ่บ้าน  และพี่น้องประชาชนตำบลวังตะกอและพื้นที่ข้างเคียง  ร่วมกันปลูกป่าชุมชนตำบลวังตะกอ  บนเนื้อที่ความรับผิดชอบของหน่วยป้องกันรักษาป่า   ที่่ ชพ ๕  ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่  หมู่ที่ ๕ , ๖ ,๑๑  รวมพื้นที่ ๖๕  ไร่ จำนวน  ๒๕,๐๐๐  ต้น  โดยได้รับความอนุเคราะห์พันธ์กล้าไม้จากศูนย์เพาะกล้าไม้ชุมพร  (เขตอำเภอท่าแซะ)  เช่น  ต้นตะเคียนทอง  ไม้ยางนา  ไม้รัก  ฯลฯ  ส่วนใหญ่กล้าไม้ที่ปลูกจะเป็นต้นตะเคียนทอง

                    ต่อจากนั้น  มีการขยายเขตพื้นที่ปลูกป่าชุมชนตำบลวังตะกอ  หมู่ที่ ๓  ตำบลวังตะกอ  บนพื้นที่ของวัดสมุหเขตตาราม(วัดหัววัง)  เนื้อที่ประมาณ  ๒  ไร่  จำนวน  ๒๐๐  ต้น  พื้นที่สวนป่าชุมชน  หมู่ที่ ๑๒  ตำบลวังตะกอ  บนเนื้อที่ของโรงเรียนบ้านในกริม  สาขา ๒  เนื้อที่ประมาณ  ๑๘  ไร่

                    พื้นที่สวนป่าชุมชนนอกจากจะให้ปอดกับคนในตำบลวังตะกอแล้ว  ยังเป็นที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย  คือ  ประชาชนจะเก็บเห็ดที่ขึ้นในสวนป่าชุมชนไปขายและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว  นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาธรรมชาติ  และใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ  ร่วมกันของคนในชุมชนตำบลวังตะกอ  เช่น  การสร้างแนวกั้นภัย  การมาปฏิบัติธรรมของสามเณรภาคฤดูร้อน  และการร่วมกันทำบุญตักบาตรของคนตำบลวังตะกอทุกปี 

 

กลุ่มเกษตกรทำสวนบ้านบากแดงวังตะกอ

                                                            

                            

บ้านบากแดง  ชุมชนเข้มแข็ง

แหล่งกองทุน  คุณภาพไม้ผล

 ร้านค้าชุมชน  อุดมพืชพันธุ์

ธารสวยน้ำใส  ขจัดสิ้นภัยยาเสพติด

สถานที่ตั้ง  ๒๓๐  หมู่ที่ ๑๒  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร

คณะกรรมการบริหารกลุ่ม

                  ๑.  นายสมชาย  บุณยะจิตติ           ตำแหน่ง  ประะธานกรรมการ

                  ๒.  นายประสิทธิ์  คงมี                 ตำแหน่ง  รองประธานกรรมการ

                  ๓.  นายนิวัฒน์  พรหมรัตน์            ตำแหน่ง  เหรัญญิก

                  ๔.  นางอนงค์  ธรรมโร                ตำแหน่ง  กรรมการผู้จัดการ

                  ๕.  นางอัญชนีย์  แท่นแก้ว           ตำแหน่ง   กรรมการ

                  ๖.  นางวิลาศ  นาคยุติ                ตำแหน่ง  กรรมการ

                  ๗.  นางจินตนา  นาคจุติ              ตำแหน่ง  กรรมการ

                  ๘.  นายจิตรประเสริฐ  เกิดสวัสดิ์    ตำแหน่ง  กรรมการ

                  ๙.  นายจิรวัฒน์  ชุมภูทอง           ตำแหน่ง  เลขานุการ

ประวัติความเป็นมา

                  เริ่มก่อตั้งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๔๒  บนพื้นที่ของ  นายชุ่ม  ครุฑธา  เป็นผู้บริจาคที่ดิน  ขนาดกว้าง  ๑๘  เมตร  ยาว  ๒๐  เมตร  โดยพัฒนาชุมชนอำเภอหลังสวนเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ  และมีนายนุกูล  นาคจุติ  ผู้ใหญ่บ้าน  หมู่ที่  ๑๒  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุุมพร  เป็นแกนนำในการระดมหุ้นของประชาชนในพื้นที่ที่สนใจ  ราคาหุ้นละ  ๑๐๐ บาท  ลงหุ้นได้ไม่เกิน  ๑๐  หุ้น  ซึ่งในขณะนั้นมีสมาชิก  จำนวน  ๑๑๒  คน  รวมเป็นเงิน  ๗๐,๐๐๐  บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน)

                  ต่อมาประชาชนหมู่บ้านบากแดง  ได้ร่วมมือร่วมใจกันบริจาควัสดุ  อุปกรณ์   และเงินทุนในการก่อสร้างอาคาร  รวมเป็นเงิน  ๑๒๐,๐๐๐  บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)  โดยประชาชนในหมู่บ้านร่วมแรงกันก่อสร้างอาคารจนเสร็จ  หลังจากนั้นก็นำเงินที่สมาชิกลงหุ้นมาซื้อของเข้าร้านค้า  ซึ่งใช้ชื่อกลุ่ม " ร้านค้าเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองบ้านบากแดง "

                  ในปี  พ.ศ.  ๒๕๔๓  กระทรวงมหาดไทย  กรมการพัฒนาชุมชน  ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  ได้รับรางวัลชนะเลิศการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองดีเด่น  ประจำปี  ๒๕๔๓

                  ร้านค้าเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองบ้านบากแดง  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  มีรายได้จากการขายของภายในร้าน  รวมยอดขายประมาณ  ๗,๐๐๐,๐๐๐ _๘,๐๐๐,๐๐๐  บาท/ปี

                  และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๓  ทางร้านค้าเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองบ้านบากแดง  ได้มีการเปลี่ยนชื่อกลุ่ม  และได้จดทะเบียนร้านค้าตามพระราชกฤษฏีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร  พ.ศ.  ๒๕๔๗  ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดชุมพร ในชื่อ "กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านบากแดงวังตะกอ"  เมื่อวันที่  ๑๓  มีนาคม  ๒๕๕๓

                  กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านบากแดงวังตะกอ  จะมีการคืนเงินปันผลเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกผู้ถือหุ้นประจำทุกสิ้นปี  โดยมีการจัดสรรกำไรสุทธิดังนี้

                  ๑. ทุนสำรอง (ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของกำไรสุทธิ)  ร้อยละ  ๑๐.๑

                  ๒. เงินปันผลตามหุ้นร้อยละ  ๑๔.๒๖

                  ๓. เงินโบนัสกรรมการร้อยละ  ๑๐

                  ๔. เงินเฉลี่ยคืนร้อยละ  ๕๗.๗๐

                  ๕. ทุนสาธารณประโยชน์ร้อยละ  ๑.๘๖

                  ๖. ทุนศึกษาอบรมร้อยละ  ๓.๐๘

                  ๗. ทุนสงเคราะห์สมาชิกและครอบครัวร้อยละ  ๑.๘๖

                  ๘. ทุนรับโอนหุ้นร้อยละ  ๑.๒๓

                  ในปัจจุบัน  กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านบากแดงวังตะกอ  มีสมาชิกจำนวน  ๒๓๐  คน  มูลค่าเรือนหุ้นจำนวน  ๒๓๑,๐๐๐  บาท (สองแสนสามหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)  มีกำไรสุทธิประจำปี  พ.ศ. ๒๕๕๕  รวมเป็นเงิน ๑๖๑,๙๒๖.๔๕ บาท  (หนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยยี่สิบหกบาทสี่สิบห้าสตางค์)

 

กลุ่มผลิตน้ำดื่มคุณภาพตำบลวังตะกอ

 

        

 

สถานที่ตั้ง    ๘๓  หมู่ที่  ๓  ต. วังตะกอ  อ.หลังสวน  จ. ชุมพร  โดยก่อสร้างบนเนื้อที่ของวัดสมุหเขตตามราม  (วัดหัววัง)       

                  เนื้อที่ประมาณ ๑  งาน

คณะกรรมการบริหารกลุ่ม


                  ๑.  นายโสภณ  เทศรัตน์              ตำแหน่ง  ประะธานกรรมการ

                  ๒.  นายธนพล  เพชรโสม             ตำแหน่ง  รองประธานกรรมการ

                  ๓.  นายมาโนชญ์  จันทร์ดำ          ตำแหน่ง   กรรมการ

                  ๔.  นายนิคม  ปลอดพยันต์           ตำแหน่ง  กรรมการ

                  ๕.  นายสุนทร  นุ้ยเมือง               ตำแหน่ง  กรรมการ

                  ๖.  นายวรรณ์ชัย  เถื่อนประสงค์      ตำแหน่ง  กรรมการและเหรัญญิก

                  ๗.  นายสุนทร  ศักดิ์แสง              ตำแหน่ง  กรรมการและเหรัญญิก

 ประวัติความเป็นมา

                  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๔๕  ตำบลวังตะกอได้เริ่มจัดทำแผนชุมชน  โดยมีการสำรวจความต้องการและสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่  เพื่อใช้ประกอบในการจัดทำแผนชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่  เพื่อใช้ประกอบในการจัดทำแผนชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตำบลวังตะกอให้ดีขึ้น  โดยเน้นการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนมากที่สุด  จากข้อมูลพบว่า  ประชาชนในพื้นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มในการอุปโภคบริโภคเกือบทุกครัวเรือน  ประกอบกับจะต้องเสียเวลาที่จะต้องออกไปซื้อน้ำดื่มที่โรงผลิตน้ำดื่มที่ห่างไกลจากชุมชน  และเสี่ยงต่อการใช้รถใช้ถนนในการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อน้ำดื่ม  ดังนั้น  เพื่อเป็นการลดรายจ่ายของครัวเรือน และให้ประชาชนตำบลังตะกอได้มีน้ำดื่มที่สะอาด  ถูกหลักอนามัย  และมีคุณภาพไว้บริโภค  ประชาชนในพื้นที่จึงมีมติเห็นควรให้จัดตั้ง "กลุ่มผลิตน้ำดื่มคุณภาพตำบลวังตะกอ"  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

                  ในปี  พ.ศ.  ๒๕๔๘  ได้มีการจัดตั้ง  "กลุ่มผลิตน้ำดื่มคุณภาพตำบลวังตะกอ"  ขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

                  ๑.  เพื่อให้ชุมชนมีน้ำสะอาดไว้บริโภคอย่างเพียงพอ

                  ๒.  เพื่อสร้างอาชีพ  สร้างงาน  สร้างรายได้  และลดรายจ่ายของประชาชนในตำบล

                  ๓.  เพื่อให้กลุ่มต่างๆและบุคคลของชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการกิจกรรมในตำบล

                  ๔.  เพื่อส่งเสริมให้เป็นวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายพัฒนาเศรษฐกิจมีทุนหมุนเวียนในตำบล

 

                         

 

                  กลุ่มผลิตน้ำดื่มคุณภาพตำบลวังตะกอ  ได้มีการเปิดรับสมัครสมาชิกผู้ถือหหุ้นในปี  พ.ศ.  ๒๕๔๙  ราคาหุ้นๆละ  ๑๐๐  บาท  ไม่น้อยกว่า ๑๐  หุ้น  ซึ่งมีสมาชิกเริ่มแรก  จำนวน  ๓๐  คน  รวมจำนวน  ๕๐๐  หุ้น  เป็นเงิน  ๕๐,๐๐๐  บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)  และมีกลุ่มต่างๆในพื้นที่ตำบลวังตะกอร่วมลงหุ้น  คือ

                  ๑.  กลุ่มออมทรัพย์บ้านนอกไส  หมู่ที่ ๓  จำนวน  ๕๐  หุ้น  เป็นเงิน  ๕,๐๐๐  บาท

                  ๒.  กลุ่มส่งเสริมวัสดุอุปกรณ์การเกษตร  หมู่ที่ ๓  จำนวน  ๕๐  หุ้น  เป็นเงิน  ๕,๐๐๐  บาท

                  ๓.  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  หมู่ที่ ๑  จำนวน  ๕๐  หุ้น  เป็นเงิน  ๕,๐๐๐  บาท

                  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  ๖๕,๐๐๐  บาท (หกหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

                  และในปี พ.ศ. ๒๕๔๙  ทางองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกอ  ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารและเครื่องจักรในการผลิตน้ำดื่มคุณภาพ  จำนวน  ๖๕๙,๙๐๐  บาท  (หกแสนห้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน)

                  กลุ่มผลิตน้ำดื่มคุณภาพตำบลวังตะกอ  สามารถผลิตน้ำดื่มได้วันละ  ประมาณ  ๕,๐๐๐   ลิตร  โดยมีการบรรจุพลาสติก  ขนาด  ๘๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร  ขายราคาโหลละ  ๓๕  บาทและขนาดบรรจุถัง  ๒๐  ลิตร  ขายราคาถังละ  ๑๐ บาท

                  ในทุกสิ้นปีทางกลุ่มผลิตน้ำดื่มคุณภาพตำบลวังตะกอ  จะมีเงินปันผลเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกทุกคนที่ถือหุ้นตามข้อบังคับของกลุ่ม  และมีการจัดสรรเงินบางส่วนไว้ช่วยเหลือสังคมตามความเหมาะสม 

 

                                  

 

 

การประปาดอนกระจาย  หมู่ที่ ๖

 

   

 

 

                                                        

 " บ้านดอนกระจาย  อนุรักษ์ป่าไม้

    ค้าขายพืชสวน  ชักชวนปลูกป่า

      นำพาชีวิต  เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง "

 สถานที่ตั้ง  หมู่ที่ ๖  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร

คณะกรรมการบริหารกิจการประปา

                    ๑.  นายวิทยา  รอดบุญคง              ตำแหน่ง  ประธานกรรมการ

                    ๒.  นายพล  ลือฤทธิ์                     ตำแหน่ง  รองประธานกรรมการ

                    ๓.  นางสาวรัตติพร  ลือฤทธิ์            ตำแหน่ง  เหรัญญิก

                    ๔.  นายบุญเลิศ  ชุมพงศ์                ตำแหน่ง  กรรมการ

                    ๕.  นายวิโรจน์  กองเจริญ               ตำแหน่ง  กรรมการ

                    ๖.  นายจรัญ  อนันตกูล                  ตำแหน่ง  กรรมการ

                    ๗.  นายสมพร  ชุมสมุย                  ตำแหน่ง  กรรมการ

                    ๘.  นายละออง  ขอนแก่น               ตำแหน่ง  กรรมการ

                    ๙.  นางภัทราวดี  ศรีโสภณ              ตำแหน่ง  เลขานุการ

                                                      

 ประวัติความเป็นมา

                     กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ได้โอนจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.  ๒๕๔๙  แผนงบประมาณอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เพื่อสนับสนุนการบริการสาธารณะ  งบเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ  เงินอุดหนุนสำหรับการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน  โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ต้องตราเป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย   และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายใน  วันที่ ๑๔  กรกฏาคม  ๒๕๔๙  สำหรับรูปแบบในการก่อสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเลือกก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านตามแบบแปลนมาตรฐานของกรมทรัพยากรน้ำหรือแบบแปลนมาตรฐานของการประปานครหลวง

                     ด้วยในพื้นที่เขางาย  หมู่ที่ ๖  ตำบลวังตะกอ  มีแหล่งน้ำผิวดินขนาดใหญ่  ที่ทางกรมทรัพยากรน้ำ  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง  "อ่างเก็บน้ำบ้านเขางาย" หมู่ที่ ๖  ตำบลวังตะกอ  มีขนาดความจุ  ๑๖๙,๐๖๘  ลูกบาศก์เมตร   เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๔๗  ซึ่งจากการสำรวจแหล่งน้ำดิบอ่างเก็บน้ำบ้านเขางายมีปริมาณเพียงพอที่จะก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน  แบบผิวดินขนาดใหญ่  ตามแบบมาตรฐานระบบประปาหมู่บ้าน  แบบผิวดินขนาดใหญ่ สำนักบริหารจัดการน้ำ  กรมทรัพยากรน้ำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                                         

        นายจรัญ  อนันตกูล                นายสนั่น  แดงมณี                   นายด่วน  ยงสุริ            นางทัศนีย์  พุทธเมฆา

                      โครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน  แบบผิวดินขนาดใหญ่  หมู่ที่ ๖  ตำบลวังตะกอ  ได้มีผู้อุทิศที่ดินในการสร้างอ่างเก็บน้ำและก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านคือ  นายจรัญ  อนันตกูล  นายสมศักดิ์  อนันตกูล  นายสนั่น  แดงมณี  นายด่วน  ยงสุริ  และนางทัศนีย์  พุทธเมฆา  โดยดำเนินก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่  ๒๑  มกราคม  ๒๕๕๑  งบประมาณ  ๒,๘๓๕,๐๐๐  บาท  (สองล้านแปดแสนสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

ระบบประปาหมู่บ้านตามแบบมาตรฐานของกรมทรัพยากรน้ำ

                      หลังจากการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว  องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกอ  ได้ส่งมอบระบบประปาให้แก่หมู่บ้านบริหารจัดการ  ซึ่งทางหมู่บ้าน  หมู่ที่ ๖  ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อสรรหาคณะกรรมการบริหารกิจการประปา  หรือกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่บริหารกิจการประปาหมู่บ้าน  หมู่ที่ ๖  ตำบลวังตะกอ

                      ต่อมาหลังจากที่ได้คณะกรรมการบริหารกิจการประปาแล้ว  คณะกรรมการได้ร่วมกันทำข้อบังคับว่าด้วย  การบริหารกิจการประปาของประปาหมู่บ้าน  หมู่ที่ ๖  ตำบลวังตะกอ  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร  และได้บริหารกิจการประปาตั้งแต่นั้นมา